当前位置:首页 > 焦点 > ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15% 正文
ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
时间:2026-01-08 13:06:42 来源:视如土芥网
ปภคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตรแก้ปัญหาPMตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
上一篇:ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
下一篇:与中国标准院签署战略合作协议 共同打造我国水处理行业企业标准“领跑者”
下一篇:与中国标准院签署战略合作协议 共同打造我国水处理行业企业标准“领跑者”
相关内容
- ·传华为东莞松山湖基地员工房精装修价格只要8500元/㎡
- ·揭露洋奶粉真相:仅两成原装成品进口
- ·《为爱奋斗》(小苏演唱)的文本歌词及LRC歌词
- ·《逃离塔科夫》“画面过时了” 开发商计划明年升级引擎
- ·写作方法:古今纵横选材
- ·Vantage Markets因与趋势科技开展实时威胁情报合作而获表彰
- ·米仓凉子尿液样本呈阴性 日媒曝其打算退出演艺界
- ·米仓凉子尿液样本呈阴性 日媒曝其打算退出演艺界
- ·雷军:小米很热SU7也很热 负面信息更容易传播
- ·服务再升级,联运环境全面参与宜宾环卫市场化运作!
- ·玩战士必须要懂得取舍
- ·CCTV新闻—东方时空
- ·海信确认牵手腾讯游戏 共同运营电视游戏中
- ·全球央行囤了800吨黄金 中国对黄金需求强劲
- ·证监会换帅高开 A股盘面:沪指涨0.54% 券商股造好
- ·都市流动的文明坐标定制透明分类垃圾桶的地铁美学
最新内容
- ·原神5.0什么时候上线 原神5.0版本更新时间
- ·演员藤冈靛宣布离婚 结束18年婚姻生涯
- ·50万奖金殷利殊杯14匹决赛参赛马名单出炉:“青蜂侠”“星象”领衔
- ·如何应对超强台风?这份指南请查收→
- ·คุมตัวผู้นำเวเนซุเอลากับภริยา ขึ้นศาลในสหรัฐฯ
- ·前《DOTA2》选手起诉LGD 称拖欠近14万赛事奖金
- ·2017九球双打世界杯录像 英格兰vs瑞典四分之一比赛视频
- ·短池世锦赛女子50蛙决赛 唐钱婷再破亚洲纪录夺冠
- ·Nhặt được vàng khi đi chợ, người phụ nữ chọn cách khiến nhiều người ấm lòng
- ·初三议论文:谈诚信 12
推荐内容
